น้ำจ๋า…คน กทม.จ๊ะ

น้ำจ๋า…คน กทม.จ๊ะ

         คนภาคกลาง : “น้ำจ๋า…ทุกปีเจ้าท่วมแต่น้อย เอาน้ำเข้าไร่เข้านาทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์. แต่ปีนี้เจ้าเอาน้ำมาท่วมไร่ท่วมนา ท่วมแม้กระทั่งบ้านในนาและบ้านในเมือง”.

         น้ำจ๋า : “ก็ปีนี้ฝนตักหนัก ป่าไม้ก็มีให้ซับน้ำน้อยลง…พวกเจ้ามัวแต่ปลูกข้าวโพดและสวนยางที่ไม่ใช่ไม้ป่า.  บ้านตามไร่ตามนาก็ไม่รู้จักปลูกยกใต้ถุนสูงแบบคนโบราณ แล้วมีเรือไว้ใช้ยามหน้าน้ำ.  บ้านเมืองก็ตั้งอยู่ตามริมน้ำในที่ลุ่มที่น้ำท่วมทุกปี… พวกเจ้าไม่รู้จักวางผังเมือง…เมื่อไรจะรู้จักสร้างบ้านแปลงเมืองกันบนที่ดอน แล้วเอาที่ลุ่มที่อุดมสมบูรณ์กลับมาทำการเกษตร”.

         คนภาคกลาง : “น้ำจ๋า…เจ้าอย่าท่วมนาน เจ้าอย่าท่วมขังเป็นเดือนๆ ได้ไหม?”.

         น้ำจ๋า : “ต้องถามคน กทม. เพราะเขาสร้างเขื่อนกันน้ำ  เขาสร้างประตูกันน้ำ เพื่อกันไม่ให้น้ำไหลลงเจ้าพระยาได้เร็ว…น้ำจะได้ไม่ท่วม กทม.  ข้าก็อยากจะรีบไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยเร็วๆ อยู่เหมือนกัน…ท่วมขังอยู่นานก็เหม็นขี้เหม็นเยี่ยว แถมสารเคมีพวกเจ้า  เดี๋ยวก็จะโทษพวกข้าว่าเป็นพวก ‘น้ำเน่าเสีย’ อีก”.

         คน กทม.จ๊ะ : “ถ้าปล่อยให้น้ำท่วม กทม. เศรษฐกิจของประเทศชาติจะเสียหาย  เพราะเศรษฐกิจของ กทม. ก็คือ เศรษฐกิจของประเทศ!  พวกเราจะช่วยกันซับน้ำตาให้คนภาคกลาง ด้วยการไปตรวจเยี่ยม, เอาของไปแจกและถ่ายรูปออกทีวีกัน.  คนไทยจะได้เห็นว่าคนถูกน้ำท่วมลำบากกันอย่างไร และคน กทม.มีน้ำใจกันอย่างไร”.

         น้ำจ๋า : “คน กทม.จ๊ะ…เธอจะยอมซับน้ำตาให้คนภาคกลางที่ถูกน้ำท่วมขัง โดยปล่อยให้พวกข้าไหลท่วมผ่าน กทม. ลงสู่อ่าวไทยได้เร็วขึ้น…

ได้ไหมจ๊ะ…คน กทม. จ๋า!

พีระ พนาสุภน
13 ตุลาคม 2554

Still quiet here.sas

Leave a Response