จริยธรรมในฟุตบอลโลก

ใครก็ตามที่ได้ดูฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง “อุรุกวัย กับ กานา” คงอดรู้สึกไม่ได้ว่า

“ทำไมกติกาฟุตบอลโลกจึงเป็นแบบนี้?”

เนื่องจากผู้เล่นกานายิงเข้ากรอบประตูไปแล้ว แต่ผู้เล่นอุรุกวัยที่ยืนตรงเส้นประตูใช้มือทั้งสองปัดลูกบอลออกจากประตู อย่างเจตนาและจงใจ.

คำถามคือ “ทำไมกรรมการจึงไม่ตัดสินให้เป็นลูกเข้าประตู?”

เพราะเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่า “ลูกบอลเข้าประตูอย่างแน่นอน” ถ้าลูกบอลไม่ถูกปัดออกมาจากเส้นประตูด้วยมือทั้งสองของผู้เล่นอุรุกวัยที่ ยืนอยู่ตรงนั้น.

กรรมการได้ “ทำตามกติกา” คือตัดสิน “ให้ใบแดง” แก่ผู้เล่นอุรุกวัยผู้นั้น และ “ให้เป็นการยิงจุดโทษ” แทน.

แต่การยิงจุดโทษมีความเสี่ยงอยู่สองประการที่จะทำให้ลูกบอลไม่เข้าประตู

ความเสี่ยงประการแรก คือ “ผู้รักษาประตูรับหรือปัดลูกออกจากประตูได้”

ความเสี่ยงประการที่สอง คือ “ผู้ยิงลูกโทษ ยิงลูกบอลไม่เข้าประตู”

ซึ่งผลก็ปรากฏตามนั้นคือ ผู้ยิงลูกโทษของกานา ยิงลูกบอลไปชนคานและลูกบอลไม่เข้าประตู ! ผู้เล่นของอุรุกวัยที่ถูกกรรมการให้ใบแดงถึงกับแสดงอาการดีใจอย่างที่สุด เพราะ “โดนใบแดง แต่ก็คุ้ม”.  แต่ ! ถ้าเขาไม่ปัดลูกบอลออกไป อุรุกวัยก็จะเสียประตูและแพ้ตกรอบทันทีเพราะหมดเวลาพอดี.

เมื่อหมดเวลาแล้วยังเสมอกัน “กติกา” กำหนดให้เป็นการดวลจุดโทษ ซึ่งผลปรากฏว่า กานาดวลจุดโทษสู้ไม่ได้ อุรุกวัยจึงชนะและได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายไปในที่สุด.

ผมมีความเห็นว่า กติกาฟุตบอลโลกดังกล่าว…

“กัดกร่อนจิตวิญญาณในด้านคุณงามความดี หรือคุณธรรม” ของมนุษย์ และ
“ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมในด้านที่ดีงาม หรือจริยธรรม”
…แต่กลับส่งเสริมพฤติกรรมในทางตรงกันข้าม !

ผมมีคำถามว่า “กติกาที่ไม่เป็นธรรม” ในลักษณะนี้มีอยู่ในสังคมไทยด้วยหรือไม่?

Still quiet here.sas

Leave a Response