Liberty, Freedom, Independence and Equality

Liberty, Freedom, Independence and Equality
เสรีภาพ, ความอิสระ, การเป็นอิสระ พึ่งพาตนเองได้, ความเสมอภาค

รู้ศัพท์

liberty  [U] =   1.  freedom to live as you choose without too many restrictions from government or authority.(1)
อิสระที่จะใช้ชีวิตอย่างที่ตนเลือกโดยปราศจากการควบคุมที่มากเกินไปจากรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร
e. g. The fight for justice and liberty(1)
ตัวอย่าง การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและเสรีภาพ

[C] =    2.  the legal right and freedom to do something(1)
สิทธิและอิสระตามกฎหมายที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
e. g. The right to vote should be a liberty enjoyed by all.(1)
ตัวอย่าง สิทธิในการลงคะแนนเสียงควรจะเป็นเสรีภาพที่ทุกคนใช้ได้อย่างสบายใจ

[U] =   3.  the state of not being a prisoner or a SLAVE(1)
สถานภาพที่ไม่ได้เป็นนักโทษหรือทาส
e. g. He had to endure six months’ loss of liberty.(1)
ตัวอย่าง เขาต้องอดทนกับการสูญเสียเสรีภาพเป็นเวลาหกเดือนเต็ม

freedom  [U, C] =  1. the right to do or say what you want without anyone stopping you(1)
สิทธิที่จะทำหรือพูดในสิ่งที่ตนต้องการโดยไม่มีผู้ใดมาหยุดยั้งได้
e. g. a threat to press/ academic, etc. freedom(1)
ตัวอย่าง ภัยคุกคามต่ออิสระของสื่อ/ วิชาการ ฯลฯ

[U, sing.]  =  2. the state of being able to do what you want, without anything stopping you(1)
สถานภาพของบุคคลที่สามารถกระทำสิ่งที่ต้องการโดยไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้
e. g. complete freedom to do as you wish(1)
ตัวอย่าง อิสระโดยสมบูรณ์ที่จะกระทำสิ่งใดๆ ที่ตนต้องการ

independence [U] = 1. freedom from political control by other countries(1)
ความอิสระจากการควบคุมทางการเมืองโดยประเทศอื่นๆ
e. g. Cuba gained independence from Spain in 1898. (1)
ตัวอย่าง ประเทศคิวบาได้รับอิสรภาพจากประเทศสเปนในปี พ. ศ.2532

[U] =  2. the freedom to organize your own life, make your own decisions, etc. without  needing help from other people(1)
อิสระในการจัดการกับชีวิตของตัวเอง, ตัดสินใจด้วยตัวเอง ฯลฯ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น
e. g. He values his independence. (1)
ตัวอย่าง เขาให้ความสำคัญกับอิสรภาพของเขา

equality  [U] =  1. the fact of being equal in rights, status, advantages, etc.: racial/ social/ sexual equality(1)
ข้อเท็จจริงของความเสมอกันในสิทธิ, สถานะภาพ, ความได้เปรียบ ฯลฯ เช่น ความเสมอภาค ด้านเชื้อชาติ/ สังคม/ เพศ

e. g. the principle of equality before the law (= the law treats everyone the same)(1)
Don’t you believe in equality between men and women? (1)
ตัวอย่าง หลักการของความเสมอภาคทางกฎหมาย (กฎหมายปฏิบัติต่อทุกคนเสมอกัน)
คุณไม่เชื่อในความเสมอภาคระหว่างผู้ชายและผู้หญิงหรือ?

เสรีภาพ (น.) = ความสามารถที่จะกระทำการใดๆ ได้ตามที่ตนปรารถนาโดยไม่มีอุปสรรคขัดขวาง เช่น เสรีภาพในการพูด  เสรีภาพในการนับถือศาสนา ความมีสิทธิที่จะพูดได้โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น(2)

อิสระ (น.)      = ความเป็นไทแก่ตัว เช่น ไม่มีอิระ แยกตัวเป็นอิสระ(2)

อิสรภาพ (น.)  = ความเป็นใหญ่, ความเป็นไทแก่ตัว; การปกครองตนเอง(2)

เสมอภาค (ว.) = มีส่วนเท่ากัน, เท่าเทียมกัน, เช่น ในปัจจุบันบุรุษและสตรีมีสิทธิเสมอภาคกัน.(2)

รู้ภาษา

คำว่า “เสรีภาพ (liberty), อิสระ (freedom), และอิสรภาพ (independence)” นั้น มีความหมายใกล้เคียงกันมากและมีความเชื่อมโยงกัน, เราจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนี้:-
เสรีภาพ (liberty) มีความหมายครอบคลุม 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ เรื่องสิทธิ (right), อิสระ (freedom), และอิสรภาพ (independence) เพราะเมื่อเรามีเสรีภาพ หมายถึงเราย่อมต้องมีสิทธิ, มีอิสระ และมีอิสรภาพ.

ชาวตะวันตกจะมองเรื่องของสิทธิและเรื่องความอิสระคู่กัน จึงนิยมใช้ว่า “right and freedom”

ในขณะที่คนไทยมักจะมองเรื่องของสิทธิและเรื่องของเสรีภาพคู่กัน จึงนิยมใช้คำว่า “สิทธิและเสรีภาพ”.


คนหนุ่มสาวจะมีอิสรภาพก็ต่อเมื่อตนเองสามารถทำงานหาเลี้ยงชีพและยืนอยู่บนลำแข้งตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่หรือผู้ปกครอง. ประเทศจะมีอิสรภาพที่แท้จริงต่อเมื่อมีระบบเศรษฐกิจไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง, มีวัฒนธรรมของตนเองที่ไม่อ่อนไหวตามวัฒนธรรมต่างประเทศ และมีรัฐบาลที่มีผู้นำที่ไม่ตกอยู่ในอิทธิพลของรัฐบาลประเทศอื่น.

เสรีภาพและความเสมอภาค (liberty and equality) นับเป็นหลักการสำคัญของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย, แต่เสรีภาพสามารถก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคได้.  ดังนั้นเสรีภาพจึงมักจะถูกจำกัดด้วยกฎหมาย เช่น กฎหมายกำหนดให้ทุกคนมี ความเสมอภาคกันในทางกฎหมาย (equal before the law) โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ, ชายและหญิงมีสิทธิเสมอกัน (equal rights) ฯลฯ.

ในขณะเดียวกันกฎหมายก็กำหนดให้เรามี “หน้าที่” ด้วย เช่น บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ, รักษาผลประโยชน์ของชาติ, ปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ.

ดังนั้น “มีสิทธิ แต่อย่าลืมหน้าที่”.

_________________

พีระ  พนาสุภน
25 กรกฎาคม 2553

(1) A S Hornby. Oxford Advanced Learner’s Dictionary of Current English. 7th edition. (New York: Oxford University  Press, 2002).

(2)ราชบัณฑิตยสถาน พ. ศ. 2542.

Still quiet here.sas

Leave a Response